ผลตรวจเอชไอวีที่ออกมาเป็นลบหนึ่งครั้ง บอกได้เพียงว่าวิธีตรวจนั้นยังไม่พบเชื้อเอชไอวีในวันที่เก็บเลือด แต่ไม่ได้บอกอะไรเลยเกี่ยวกับซิฟิลิส หนองใน หนองในเทียม หรือไวรัสตับอักเสบ ซึ่งหลายโรคไม่มีอาการและบางโรคยังทำให้รับเชื้อเอชไอวีได้ง่ายขึ้น การตรวจเอชไอวีพร้อมโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในการไปครั้งเดียว แล้ววางแผนตรวจซ้ำให้ตรงกับแต่ละโรค จึงทำให้เห็นภาพสุขภาพทางเพศได้ครบกว่า

ถ้าอ่านแค่บรรทัดเดียว ให้จำว่า ผลลบของเอชไอวีไม่ได้ครอบคลุมโรคอื่น ขอตรวจหลายโรคพร้อมกัน และถามวันนัดตรวจซ้ำก่อนออกจากคลินิก

ผลเอชไอวีเป็นลบแล้ว ทำไมยังเรียกว่าตรวจครบไม่ได้?

ชุดตรวจเอชไอวีออกแบบมาเพื่อหาเชื้อตัวเดียว มันมองไม่เห็นแบคทีเรียซิฟิลิสหรือเชื้อหนองในที่อาจได้รับมาจากเพศสัมพันธ์ครั้งเดียวกัน องค์การอนามัยโลก (WHO) ประเมินว่าทั่วโลกมีการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STI) ชนิดที่รักษาหายได้มากกว่า 1 ล้านรายต่อวันในคนอายุ 15–49 ปี และส่วนใหญ่ไม่มีอาการ

อีกเหตุผลคือจังหวะเวลา HIV.gov ระบุว่าการตรวจแบบแอนติบอดี ซึ่งเป็นชนิดของชุดตรวจเร็วและชุดตรวจด้วยตนเองส่วนใหญ่ มักตรวจพบเชื้อได้ในช่วง 23–90 วันหลังสัมผัสเชื้อ ผลลบที่ได้ก่อนพ้นช่วงนี้จึงยังใช้สรุปไม่ได้

แปลว่าอะไรสำหรับคุณ: ผลลบหนึ่งใบคือภาพของโรคเดียวในวันเดียว ไม่ใช่ใบรับรองสุขภาพทางเพศทั้งหมด ดูความต่างของชุดตรวจเอชไอวีแต่ละแบบประกอบการเลือกวิธีตรวจได้

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ตัวอื่น ทำให้เสี่ยงเอชไอวีมากขึ้นได้อย่างไร?

WHO ระบุว่าเริม หนองใน และซิฟิลิส สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการรับเชื้อเอชไอวีได้ แนวทางดูแลโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ปี 2021 ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ก็อธิบายว่าโรคกลุ่มนี้เป็นเครื่องบ่งชี้ความเสี่ยงทางชีวภาพ โดยเฉพาะต่อการรับและถ่ายทอดเอชไอวี

ในหัวข้อชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย แนวทางเดียวกันอ้างการประเมินว่าราว 10% ของการรับเชื้อเอชไอวีรายใหม่เกี่ยวข้องกับหนองในเทียมหรือหนองใน ตัวเลขนี้มาจากสหรัฐฯ จึงไม่ได้แทนสถานการณ์ในไทยโดยตรง

มองกลับกัน เมื่อพบโรคใดโรคหนึ่งแล้ว นั่นคือสัญญาณให้ตรวจโรคที่เหลือด้วย CDC แนะนำให้ทุกคนที่ได้รับการวินิจฉัยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากแบคทีเรีย รวมทั้งคู่นอน ได้ตรวจเอชไอวี

แปลว่าอะไรสำหรับคุณ: ถ้าเคยรักษาซิฟิลิสหรือหนองในมาก่อน ให้ถือเป็นเหตุผลที่ต้องตรวจเอชไอวีและวางแผนป้องกันต่อ

Quicky

ไปคลินิกครั้งเดียว ควรขอตรวจอะไรบ้าง?

หน่วยบริการแต่ละแห่งจัดรายการตรวจไม่เหมือนกัน ตารางนี้สรุปรายการที่มักตรวจคู่กับเอชไอวี เพื่อให้คุณถามเจ้าหน้าที่ได้ตรงจุด

รายการตรวจชนิดของเชื้อตัวอย่างที่มักเก็บเรื่องที่ควรรู้
เอชไอวีไวรัสเลือดถ้าผลเบื้องต้นเป็นบวก ต้องตรวจยืนยันอีกครั้งเสมอ
ซิฟิลิสแบคทีเรียเลือดมีชุดตรวจเร็วแบบคู่ที่ตรวจเอชไอวีกับซิฟิลิสได้ในคราวเดียว
หนองในและหนองในเทียมแบคทีเรียปัสสาวะหรือสวอบบริเวณอวัยวะเพศ และสวอบคอหรือทวารหนักตามจุดที่มีเพศสัมพันธ์ถ้าเก็บแค่ปัสสาวะ อาจพลาดเชื้อที่คอหรือทวารหนัก
ไวรัสตับอักเสบบีไวรัสเลือดมีวัคซีนป้องกัน ถ้ายังไม่มีภูมิคุ้มกันให้ถามเรื่องการฉีด
ไวรัสตับอักเสบซีไวรัสเลือดCDC แนะนำให้ผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไปตรวจอย่างน้อย 1 ครั้ง
เริม, HPV (เอชพีวี), ทริโคโมแนส (พยาธิในช่องคลอด)ไวรัส, ไวรัส, ปรสิตขึ้นกับอาการและการประเมินไม่ได้ตรวจทุกคน ควรถามว่าตรวจหรือไม่ และเพราะอะไร

CDC แนะนำให้ผู้ให้บริการบอกว่าตรวจโรคอะไรไปบ้างและโรคใดยังไม่ได้ตรวจ คุณจึงถามเรื่องนี้ได้ตรง ๆ

ตรวจเอชไอวีพร้อมโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ต้องเลือกรายการตามความเสี่ยงอย่างไร?

ผู้ให้บริการจะเลือกรายการตรวจจากลักษณะเพศสัมพันธ์ จำนวนคู่นอน และประวัติโรคที่ผ่านมา ตัวอย่างตามแนวทาง CDC มีดังนี้

  • ยังไม่เคยตรวจเลย: คนอายุ 15–65 ปีควรตรวจเอชไอวีอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ผู้ใหญ่ควรตรวจไวรัสตับอักเสบซีอย่างน้อยหนึ่งครั้ง และผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์อายุต่ำกว่า 25 ปีควรตรวจหนองในและหนองในเทียมทุกปี
  • ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย รวมถึงผู้ใช้ PrEP (เพร็พ): ถ้ายังมีคู่นอนหลายคนหรือมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อเนื่อง การตรวจซิฟิลิส หนองใน และหนองในเทียมทุก 3–6 เดือนถือว่าเหมาะสม และควรตรวจไวรัสตับอักเสบบีด้วย
  • เพิ่งตรวจพบโรคใดโรคหนึ่ง: ตรวจเอชไอวีในวันเดียวกันถ้ายังไม่ได้ตรวจ และชวนคู่นอนมาตรวจ
  • มีแผลที่อวัยวะเพศ: ควรได้ตรวจทั้งซิฟิลิสและเริม
  • มีความเสี่ยงต่อเอชไอวีภายใน 72 ชั่วโมงที่ผ่านมา: บอกเจ้าหน้าที่ทันทีเพื่อประเมินเรื่อง PEP (เป๊ป) ยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อที่ต้องเริ่มภายใน 72 ชั่วโมง และใช้ต่อเนื่องครบ 28 วัน

ถ้ามีคู่ประจำ การไปตรวจด้วยกันช่วยให้ทั้งสองคนรู้สถานะพร้อมกัน อ่านต่อได้ที่ คู่รักควรตรวจสุขภาพร่วมกันหรือไม่

แปลว่าอะไรสำหรับคุณ: เล่าเรื่องเพศสัมพันธ์ตามจริงโดยไม่ต้องอาย เพราะช่วยให้ได้รายการตรวจที่ตรงกับตัวคุณ ส่วนความถี่ที่เหมาะสม เรื่องนี้ต้องให้ผู้ให้บริการประเมินเป็นรายคน

ถ้าผลตรวจบางรายการเป็นบวก จะถูกส่งต่ออย่างไร?

ผลบวกจากชุดตรวจเร็วยังไม่ใช่คำวินิจฉัย HIV.gov ระบุว่าผลบวกของเอชไอวีต้องตรวจยืนยัน ซึ่งทำได้ที่จุดตรวจเดิม แพทย์ที่ดูแลประจำ หรือหน่วยบริการที่ดูแลเรื่องเอชไอวีโดยเฉพาะ

WHO ระบุว่าซิฟิลิส หนองใน และหนองในเทียม ซึ่งเป็นโรคจากแบคทีเรีย โดยทั่วไปรักษาหายได้ด้วยยาปฏิชีวนะ ส่วนเริมและเอชไอวีเป็นโรคจากไวรัสที่ยาต้านไวรัสช่วยควบคุมได้แต่ยังไม่หายขาด บางโรคจึงจบที่การรักษาและนัดตรวจซ้ำ บางโรคต้องเข้าสู่การดูแลระยะยาว

เพื่อให้การส่งต่อระหว่างหน่วยบริการในเครือข่ายไม่สะดุด ควรเตรียมสิ่งต่อไปนี้

  1. ขอสำเนาผลตรวจทุกรายการ พร้อมวันที่เก็บตัวอย่างและชื่อวิธีตรวจ
  2. ถามว่าจะส่งต่อไปหน่วยบริการใด และต้องใช้ใบส่งตัวหรือหลักฐานสิทธิการรักษาอะไรบ้าง
  3. จดวันนัดรักษากับวันนัดตรวจซ้ำแยกกัน
  4. ปรึกษาเจ้าหน้าที่ว่าจะแจ้งคู่นอนอย่างไร เพื่อให้คู่ได้ตรวจและรักษาด้วย

แปลว่าอะไรสำหรับคุณ: ผลบวกคือจุดเริ่มของการดูแล ไม่ใช่ทางตัน เอกสารที่ครบช่วยให้ปลายทางวางแผนต่อได้เร็วขึ้น

Quicky

หลังตรวจหลายโรคพร้อมกันแล้ว ต้องกลับไปตรวจซ้ำเมื่อไร?

เหตุผลของการนัดตรวจซ้ำมักแบ่งได้สามแบบ และแต่ละแบบกำหนดวันไม่เหมือนกัน

  • ยังอยู่ในช่วงที่ชุดตรวจเอชไอวีอาจตรวจไม่เจอ: HIV.gov แนะนำให้ตรวจซ้ำหลังพ้นช่วงนั้นของชุดตรวจที่ใช้ แม้ผลแรกจะเป็นลบ
  • เพิ่งรักษาหนองในหรือหนองในเทียม: CDC แนะนำให้ตรวจซ้ำประมาณ 3 เดือนหลังรักษา เพื่อหาการได้รับเชื้อซ้ำ
  • เพิ่งพบซิฟิลิสระยะแรก: ในพื้นที่ที่มีเอชไอวีสูง CDC แนะนำให้เสนอ PrEP และตรวจเอชไอวีซ้ำใน 3 เดือนถ้าผลครั้งแรกเป็นลบ

เมื่อรู้วันแล้ว ให้นัดหมายตรวจเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ล่วงหน้า เพื่อไม่ให้วันตรวจซ้ำหลุดไป

แปลว่าอะไรสำหรับคุณ: ขอให้เจ้าหน้าที่เขียนวันตรวจซ้ำของแต่ละโรคแยกไว้ เพราะวันที่เหมาะกับเอชไอวีและหนองในอาจไม่ตรงกัน

คำถามที่พบบ่อย

ตรวจเอชไอวีด้วยตนเองที่บ้านแล้ว ยังต้องไปคลินิกอีกไหม?

ถ้าอยากรู้สถานะโรคอื่นก็ควรไป ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองตรวจได้เฉพาะเอชไอวี ส่วนหนองในหรือไวรัสตับอักเสบต้องใช้วิธีตรวจอื่น

ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง ยังจำเป็นต้องตรวจโรคอื่นไหม?

ยังมีประโยชน์ WHO ระบุว่าถุงยางอนามัยป้องกันได้ดีเมื่อใช้ถูกวิธีสม่ำเสมอ แต่ไม่ป้องกันแผลนอกบริเวณที่คลุม เช่น แผลซิฟิลิสหรือเริม

ใช้เพร็พอยู่ ครอบคลุมซิฟิลิสกับหนองในด้วยหรือเปล่า?

ไม่ครอบคลุม เพร็พใช้ป้องกันเอชไอวี CDC จึงระบุให้ผู้ใช้ PrEP ที่ยังมีความเสี่ยงต่อเนื่องตรวจซิฟิลิส หนองใน และหนองในเทียมทุก 3–6 เดือน

ผลซิฟิลิสเป็นบวกแต่เอชไอวีเป็นลบ ควรทำอย่างไรต่อ?

รับการรักษาตามที่แพทย์กำหนด ให้คู่นอนได้ตรวจ และถามเรื่องตรวจเอชไอวีซ้ำ CDC แนะนำให้เสนอ PrEP แก่ผู้ที่เป็นซิฟิลิสและมีผลเอชไอวีเป็นลบ

Quicky

สรุป

การตรวจเอชไอวีพร้อมโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ช่วยปิดช่องว่างที่ผลลบของเอชไอวีใบเดียวปิดไม่ได้ ขอรายการตรวจให้ตรงกับความเสี่ยง เก็บสำเนาผลไว้ใช้ตอนส่งต่อ และจดวันตรวจซ้ำของแต่ละโรคให้ชัด หากไม่แน่ใจว่าควรตรวจอะไร ให้ปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ที่หน่วยบริการใกล้บ้าน

แหล่งอ้างอิง