รู้ผล STI แล้วรู้สึกแย่กับตัวเอง เป็นความรู้สึกที่เอกสารทางการของไทยเขียนถึงไว้ แนวทางการดูแลรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พ.ศ. 2567 ของกรมควบคุมโรค เขียนความเครียด ความวิตกกังวล และความรู้สึกด้อยค่า ไว้ในรายการผลกระทบที่ตามมาจากการติดโรคกลุ่มนี้ คู่กับผลกระทบด้านร่างกาย ผู้เขียนจึงอ่านว่าความรู้สึกนี้ไม่ใช่เรื่องของใจไม่แข็ง และเสนอให้ตั้งหลักจากสามอย่าง คือรู้ที่มาของความรู้สึกนี้ รู้ว่าขออะไรจากหน่วยบริการได้ และรู้ว่าเมื่อไรควรขอความช่วยเหลือ

หลังรู้ผล STI แนวทางไทยเขียนถึงผลกระทบด้านใดบ้าง

แนวทางฉบับนี้เขียนว่าผลกระทบที่ตามมาจากการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือเชื้อเอชไอวี มีต่อตัวบุคคลสี่ด้าน ด้านร่างกายคืออ่อนเพลีย ไม่มีแรง เบื่ออาหาร ด้านจิตใจคือความเครียด ความวิตกกังวล อาการซึมเศร้า และความรู้สึกหมดหวังในชีวิต ด้านสังคมคือการกลัวการเข้าสังคม และกลัวการถูกต่อต้านหรือปฏิเสธจากสังคม ส่วนด้านที่เอกสารเรียกว่าจิตวิญญาณคือความรู้สึกท้อแท้ ด้อยค่า และรู้สึกว่าชีวิตไม่มีเป้าหมาย

รายการนี้อยู่ในส่วนที่แนวทางอธิบายผลกระทบของโรค คู่กับผลกระทบต่อครอบครัวเรื่องค่าใช้จ่าย แนวทางไม่ได้บอกว่ามีกี่คนที่รู้สึกแบบนี้ และไม่ได้เขียนถึงช่วงหลังรู้ผลโดยเฉพาะ ผู้เขียนอ่านว่า เมื่อเอกสารที่เจ้าหน้าที่ใช้นับความรู้สึกเหล่านี้เป็นผลของโรค ความรู้สึกแย่หลังรู้ผลก็ไม่ใช่ข้อบกพร่องส่วนตัว

สิ่งที่ใจบอกกับเรา กับสิ่งที่เอกสารทางการเขียนไว้

ตารางนี้วางสองอย่างไว้ข้างกัน คือประโยคตัวอย่างที่ผู้เขียนยกขึ้นมาเอง ไม่ได้มาจากการสำรวจ กับสิ่งที่เอกสารทางการเขียนไว้ แล้วปิดท้ายด้วยประโยคสั้น ๆ ที่พูดกลับกับตัวเองได้

ประโยคที่ผุดขึ้นในหัว สิ่งที่เอกสารทางการเขียนไว้ ประโยคที่พูดกลับกับตัวเองได้
เราคงเป็นคนเดียวที่เจอเรื่องนี้ แนวทางไทย พ.ศ. 2567 ยกการคาดการณ์ขององค์การอนามัยโลกว่า พ.ศ. 2563 มีคนติดเชื้อรายใหม่ทั่วโลก 374 ล้านคน นับสี่โรค เราไม่ใช่คนเดียวที่เจอเรื่องนี้
เรารู้สึกแย่ขนาดนี้เพราะใจไม่แข็ง แนวทางไทยเขียนความเครียด ความวิตกกังวล และความรู้สึกด้อยค่า ไว้เป็นผลกระทบที่ตามมาจากการติดโรค ความรู้สึกนี้อยู่ในรายการผลกระทบของโรค
ตรวจเจอแล้วชีวิตเปลี่ยนไปทั้งชีวิต บริการสุขภาพแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (NHS) เขียนว่าโรคกลุ่มนี้พบได้ทั่วไป และมักรักษาได้ที่หน่วยบริการสุขภาพทางเพศ สิ่งที่ทำต่อได้คือรักษาให้ครบและไปตามนัด
ต้องเล่าให้คนรอบตัวฟังให้หมด แนวทางไทยเขียนถึงการติดตามและรักษาคู่เพศสัมพันธ์ ผู้เขียนไม่พบข้อที่ให้ต้องบอกคนอื่น จะเล่าให้ใครฟัง เป็นการตัดสินใจของเรา
ไม่กล้ากลับไปที่เดิมอีกแล้ว แผนผังการดูแลตามอาการทั้งหกแผ่นของแนวทางไทย มีข้อให้ความรู้และการปรึกษาเรื่องโรคที่ป่วย เราขอคุยให้เข้าใจได้ ไม่ใช่มาแค่รับยาแล้วกลับ

ตารางนี้ไม่ได้มีไว้เถียงกับความรู้สึก แต่มีไว้ให้เห็นว่าความรู้สึกกับสิ่งที่เอกสารเขียนเป็นสองเรื่องที่แยกดูได้

Quicky

ไม่ได้เกิดกับเราคนเดียว ข้อมูลที่มีบอกอะไร

บทแรกของแนวทางไทยฉบับ พ.ศ. 2567 ยกการคาดการณ์ขององค์การอนามัยโลกว่า ใน พ.ศ. 2563 มีคนติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์รายใหม่ทั่วโลก 374 ล้านคน นับสี่โรค คือพยาธิช่องคลอด คลามิเดีย หนองใน และซิฟิลิส ส่วนข้อมูลเฝ้าระวังของไทยที่แนวทางยกมา พบอัตราป่วยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จาก 28.8 ต่อแสนประชากรในปี 2560 เป็น 31.7 ในปี 2565

  • แนวทางไทยมีบทที่เขียนขั้นตอนดูแลผู้มารับบริการตรวจโรคกลุ่มนี้ไว้ให้เจ้าหน้าที่ใช้ เรื่องนี้จึงเป็นงานที่มีแนวทางรองรับ
  • ผู้เขียนเห็นว่าความเงียบรอบตัวชี้แค่ว่าคนไม่พูดถึงมัน ไม่ได้ชี้ว่าเรื่องนี้เกิดกับใครมากน้อย
  • ถ้าอยากรู้ว่าหลังผลใบนี้ควรตรวจอะไรเพิ่ม อ่านเรื่อง ตรวจเจอหนึ่งโรคแล้วควรตรวจอะไรเพิ่ม ต่อได้

ภาพแนะนำการขอข้อมูลเรื่องโรค การตรวจเพิ่มเติม การคุยกับคู่ และนัดติดตาม พร้อมช่องทางปรึกษาเมื่อความรู้สึกกระทบการใช้ชีวิต

เรื่องที่ขอจากหน่วยบริการได้ นอกเหนือจากยา

ในแนวทางฉบับ พ.ศ. 2567 แผนผังการดูแลผู้ที่มาด้วยอาการทั้งหกแผ่น เช่น สารคัดหลั่งจากท่อปัสสาวะหรือทวารหนัก ตุ่มหรือติ่งเนื้อที่อวัยวะเพศ และต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบโต มีกรอบชื่อ ควรให้บริการ ชุดเดียวกันกำกับไว้ และกรอบนั้นไม่ได้มีแต่เรื่องยา

ในกรอบนั้นมีการให้ความรู้และการปรึกษาเรื่องโรคที่ป่วย การตรวจโรคอื่นตามที่เจ้าหน้าที่ประเมิน เช่น ซิฟิลิส ไวรัสตับอักเสบบี และการปรึกษาเพื่อตรวจเอชไอวี การฝึกทักษะการใช้และให้ถุงยางอนามัย และการติดตามและรักษาคู่เพศสัมพันธ์ นี่คือสิ่งที่แนวทางเขียนว่าควรให้ ส่วนแต่ละแห่งจัดได้แค่ไหน ให้ถามหน่วยบริการ

  • ขอให้อธิบายว่าโรคที่เจอคือโรคอะไร ติดทางไหน และการรักษาของที่นี่มีขั้นตอนอะไร
  • ขอคำแนะนำเรื่องการคุยกับคู่ ถ้ายังไม่พร้อมบอกเอง หรือกลัวว่าบอกแล้วจะไม่ปลอดภัย บอกเจ้าหน้าที่ตรง ๆ และถามว่ามีทางอื่นหรือไม่ วิธีคุยกับคู่มีในเรื่อง การบอกคู่ว่าตรวจเจอ STI
  • ขอทราบว่ามีนัดติดตามหรือไม่ และถ้ามี ต้องกลับมาทำอะไร
  • ถ้าต้องการนัดกับคลินิก จองผ่าน ระบบนัดหมายของ Love2Test ได้
Quicky

ถ้าหนักจนกระทบการนอนและการกิน ปรึกษาใครได้

ถ้าความรู้สึกนี้ทำให้นอนไม่หลับหรือกินไม่ลง ผู้เขียนแนะนำว่าไม่ต้องรอให้หายเอง แนวทางไทยเขียนอาการซึมเศร้าและความรู้สึกหมดหวังในชีวิตไว้ในรายการผลกระทบของโรคด้วย

ถ้ามีความคิดทำร้ายตัวเอง ผู้เขียนแนะนำให้ไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที หรือให้คนใกล้ตัวพาไป สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติระบุว่า 1669 เป็นเบอร์สำหรับเจ็บป่วยฉุกเฉิน (เปิดอ่าน 7 ตุลาคม 2569)

ส่วนการปรึกษา ประกาศบนเว็บศูนย์สุขภาพจิตที่ 7 กรมสุขภาพจิต เขียนว่าหากนอนไม่หลับ ตระหนก กังวลใจ โทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง (เปิดอ่าน 7 ตุลาคม 2569) ประกาศไม่ได้ระบุว่าเป็นบริการเฉพาะกลุ่มใด

อีกทางคือหน่วยบริการที่คุณไปตรวจ การให้การปรึกษาอยู่ในบริการที่แนวทางเขียนว่าควรให้ ถ้าวันนั้นคุยได้ไม่ครบ ลองโทรถามหรือขอคุยอีกครั้งในวันนัด

คำถามที่พบบ่อย

เล่าให้เพื่อนสนิทฟังดีไหม หรือเก็บไว้คนเดียว

แนวทางไทยที่เปิดอ่านเขียนถึงการติดตามและรักษาคู่เพศสัมพันธ์ ผู้เขียนไม่พบข้อที่ให้ต้องบอกคนอื่น การเล่าให้คนที่ไว้ใจฟังจึงเป็นการตัดสินใจของคุณ ไม่ใช่หน้าที่

โกรธคู่มากจนคุยไม่ได้ ควรตั้งหลักอย่างไรก่อน

ผู้เขียนเสนอให้แยกสองเรื่องออกจากกัน คือคู่ควรได้ตรวจและรักษา ซึ่งแนวทางไทยให้หน่วยบริการช่วยติดตาม กับความสัมพันธ์จะไปทางไหน ซึ่งไม่ต้องตัดสินวันเดียวกัน ส่วนคำถามว่าใครติดก่อนหรือติดจากใคร ถามผู้ให้บริการได้ว่าผลตรวจของคุณบอกได้แค่ไหน

อายจนไม่อยากกลับไปตามนัด ทำอย่างไรได้บ้าง

แนวทางไทยให้นัดผู้ที่ตรวจพบการติดเชื้อทุกรายมาติดตามผลการตรวจรักษา สอบถามเรื่องการรักษาคู่เพศสัมพันธ์ และนัดตรวจเลือดครั้งต่อไป ถ้าเหตุผลที่ไม่อยากไปคือไม่อยากเจอคนรู้จัก บอกหน่วยบริการตรง ๆ และถามว่ามีวันหรือช่องทางอื่นหรือไม่

ยิ่งอ่านเรื่องโรคในอินเทอร์เน็ต ยิ่งกังวล ควรหยุดไหม

ผู้เขียนเห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่การอ่าน แต่อยู่ที่การเอากรณีรุนแรงที่สุดมาทาบกับตัวเอง วิธีที่เบากว่าคือจดคำถามที่ค้างไว้ ไปถามคนที่เห็นผลตรวจของคุณ

เรื่องนี้จะติดตัวเราไปตลอดไหม

บริการสุขภาพแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (NHS) เขียนว่าการรักษาขึ้นกับว่าเป็นโรคอะไร และโรคกลุ่มนี้มักรักษาได้ที่หน่วยบริการสุขภาพทางเพศ ส่วนโรคของคุณหายขาดหรือต้องดูแลต่อเนื่อง ให้ถามคนที่ดูผล

Quicky

สรุป

  • แนวทางไทยฉบับ พ.ศ. 2567 เขียนความเครียด ความวิตกกังวล และความรู้สึกด้อยค่า ไว้ในรายการผลกระทบที่ตามมาจากการติดโรคกลุ่มนี้
  • แนวทางเดียวกันยกการคาดการณ์ขององค์การอนามัยโลกว่า พ.ศ. 2563 มีคนติดเชื้อรายใหม่ทั่วโลก 374 ล้านคน นับสี่โรค
  • การให้ความรู้และการปรึกษาอยู่ในกรอบบริการที่แนวทางเขียนว่าควรให้ ในแผนผังการดูแลทั้งหกแผ่น ส่วนจะเล่าให้ใครฟัง เป็นการตัดสินใจของคุณ
  • ถ้าเรื่องนี้กระทบการนอนและการกิน โทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตามประกาศที่เปิดอ่าน 7 ตุลาคม 2569
  • ถ้ามีความคิดทำร้ายตัวเอง ผู้เขียนแนะนำให้ไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที

สิ่งที่ลงมือทำได้หลังรู้ผลคือรักษาให้ครบและกลับไปตามนัด เรื่องโรคกลุ่มนี้อ่านต่อได้ที่คลังความรู้ STI: รู้ทัน ตรวจเป็น และรักษาได้ ของมูลนิธิเพื่อรัก

หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ

แหล่งอ้างอิง