
ผลตรวจ STI บอกได้ไหมว่าติดมาตอนไหนและติดจากใคร เท่าที่ผู้เขียนเปิดอ่าน ไม่มีแหล่งใดเขียนว่าบอกได้ แนวทางการดูแลรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พ.ศ. 2567 ของกรมควบคุมโรคให้ซักประวัติคู่กับการตรวจ ส่วนหน้าข้อมูลเรื่องเริมที่อวัยวะเพศของบริการสุขภาพแห่งชาติสหราชอาณาจักร (NHS) เขียนตรงตัวว่าการตรวจบอกไม่ได้ว่าเป็นมานานเท่าไรหรือติดมาจากใคร
ผลตรวจ STI บอกได้ไหม แหล่งที่เปิดอ่านเขียนไว้อย่างไร
คำถามว่าติดมาตอนไหนและจากใคร แนวทางของไทย พ.ศ. 2567 ไม่ได้เขียนคำตอบไว้ตรงตัว ผู้เขียนค้นทั้งเล่มแล้วไม่พบข้อความที่ให้ใช้ผลตรวจชี้วันที่ติดเชื้อหรือชี้ตัวคนที่ส่งต่อมา
ในแหล่งที่เปิดอ่าน หน้าที่เขียนเรื่องนี้ตรงตัวคือหน้าเรื่องเริมที่อวัยวะเพศของ NHS สหราชอาณาจักร ซึ่งพูดถึงการตรวจที่เก็บของเหลวจากตุ่มหรือแผล และเขียนว่าการตรวจนี้บอกไม่ได้ว่าเป็นเริมมานานเท่าไร หรือติดมาจากใคร
แนวทางไทยให้หน่วยบริการซักประวัติคู่กับการตรวจ และเขียนว่าประวัติชุดหนึ่งมีความสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อผู้มารับบริการไม่มีอาการหรือมีอาการแสดงไม่ชัดเจน เช่น เพศสัมพันธ์ครั้งสุดท้ายเมื่อใดและกับคู่แบบไหน (แนวทางยกตัวอย่าง เช่น คู่ประจำ คู่ชั่วคราว) จำนวนคู่เพศสัมพันธ์ และการใช้ถุงยางอนามัย รวมถึงกรณีแตก รั่ว หลุด แนวทางให้ถามประวัติเคยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในอดีตด้วย
ผู้เขียนจึงอ่านว่า คำถามเรื่องเวลาต้องอาศัยสิ่งที่เราเล่าประกอบกับผลตรวจ และคนที่ประเมินคือแพทย์หรือเจ้าหน้าที่
อาการเริ่มวันไหน บอกวันที่ติดเชื้อได้ไหม
แหล่งที่เปิดอ่านเขียนว่าอาการอาจไม่มีเลย มาช้า หรือมาแล้วหายไป แล้วแต่โรค ผู้เขียนจึงอ่านว่าวันที่เริ่มเห็นอาการใช้แทนวันที่ติดเชื้อไม่ได้
- ทุกโรครวมกัน องค์การอนามัยโลกเขียนว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มักไม่มีอาการ
- หนองในเทียม แนวทางไทยเขียนว่าคนที่มีเชื้อส่วนใหญ่ไม่มีอาการ และการติดเชื้อที่ปากมดลูก ช่องคอ และทวารหนักส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการ
- ซิฟิลิส NHS สหราชอาณาจักรเขียนว่าอาการช่วงแรกมักไม่รุนแรงและสังเกตยาก อาการอาจเป็น ๆ หาย ๆ และบางครั้งดีขึ้นหรือหายไปหมด แต่ถ้ายังไม่ได้รักษา เชื้อยังอยู่ในร่างกาย ยังส่งต่อได้ และเสี่ยงต่อปัญหาร้ายแรงในภายหลัง
- เริมที่อวัยวะเพศ NHS สหราชอาณาจักรเขียนว่าอาการอาจไม่ปรากฏเป็นสัปดาห์หรือแม้แต่เป็นปีหลังติดเชื้อ
ผู้เขียนแนะนำว่า ถ้ามีอาการ หรือคู่แจ้งว่าตรวจพบโรค ให้ไปตรวจโดยไม่ต้องรอคำตอบเรื่องเวลา ส่วนเรื่องการตรวจเลือดหาเริมเมื่อไม่มีแผลหรืออาการ อ่านต่อได้ที่ ขอตรวจเลือดหาเริมเพิ่มในชุดตรวจ STI ดีไหม ถ้าไม่มีแผลหรืออาการ
ซิฟิลิส ผลเลือดบวกแบบไหนอาจเป็นการติดเชื้อเก่า
แนวทางไทย พ.ศ. 2567 เขียนเรื่องนี้ไว้กับการตรวจเลือดแบบ Treponemal test ซึ่งเป็นการตรวจหาแอนติบอดีแบบหนึ่ง (มีหลายวิธี เช่น TPHA และ TPPA) สำหรับผู้ที่ไม่มีอาการหรืออาการแสดงของซิฟิลิส แต่ซักประวัติพบความเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์ ถ้าผลการตรวจแบบนี้เป็นบวก แนวทางให้วินิจฉัยเบื้องต้นว่าเป็นซิฟิลิส (presumptive diagnosis) หรืออาจเคยติดเชื้อมาก่อน ซึ่งต้องอาศัยประวัติร่วมด้วย
แนวทางเดียวกันเขียนถึงผู้ที่รักษาซิฟิลิสแล้วว่า ส่วนใหญ่มักมีผลการตรวจแบบนี้เป็นบวกไปตลอดชีวิต การแยกว่าเป็นซิฟิลิสระยะแฝงช่วงปลาย หรือเป็นซิฟิลิสที่รักษาแล้ว จึงต้องอาศัยประวัติว่าเคยได้รับการรักษามาก่อนหรือไม่
แนวทางยังแบ่งซิฟิลิสระยะแฝง ซึ่งเป็นระยะที่ไม่ปรากฏอาการ ตามเวลาที่สัมผัสเชื้อมา และมีประเภทไม่ทราบระยะเวลาที่เป็นอยู่ด้วย
ถ้าเคยรักษาซิฟิลิสมาก่อน ผู้เขียนแนะนำให้บอกแพทย์ว่ารักษาเมื่อไร ที่ไหน และนำผลเดิมไปด้วยถ้ามี ผลแบบนี้เป็นเรื่องใหม่หรือเรื่องเก่า ให้แพทย์เป็นผู้อ่าน
คู่สองคนตรวจแล้วผลไม่เหมือนกัน แปลว่าอะไรได้บ้าง
ผู้เขียนเห็นว่าผลของสองคนที่ไม่ตรงกันอธิบายได้หลายทาง การประเมินเป็นงานของแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ ข้อความจากแนวทางไทยที่เกี่ยวข้องมีดังนี้
- จังหวะที่ตรวจ แนวทางเขียนว่าควรนัดตรวจเลือดครั้งต่อไป ทั้งผู้ที่ตรวจพบและผู้ที่ผลรอบนี้ไม่พบความผิดปกติ เนื่องจากอาจอยู่ในระยะที่ยังตรวจไม่พบการติดเชื้อ
- ตำแหน่งที่เก็บตัวอย่าง ในส่วนของโรคหนองในเทียม แนวทางเขียนว่าการตรวจระดับโมเลกุลตรวจได้ในทุกช่องทางของการมีเพศสัมพันธ์ โดยเก็บจากปัสสาวะส่วนต้น ท่อปัสสาวะ ปากมดลูก ช่องคอ หรือช่องทวารหนัก
- ประวัติการรักษา ผู้ที่รักษาซิฟิลิสแล้วส่วนใหญ่มักยังมีผลเลือดแบบ Treponemal test เป็นบวก
ผู้เขียนจึงเห็นว่า ผลที่ไม่เหมือนกันอย่างเดียวยังสรุปไม่ได้ว่าใครติดก่อน หรือใครปิดบังอะไร ถามเจ้าหน้าที่ได้ว่าของเราควรเก็บตัวอย่างจากช่องทางไหนบ้าง
สิ่งที่แนวทางไทยเขียนให้หน่วยบริการทำ คือนัดผู้สัมผัสโรค ได้แก่คู่สมรส และคู่เพศสัมพันธ์ประจำหรือชั่วคราวที่ติดตามได้ ให้มารับการตรวจคัดกรองและดูแลรักษาแม้ไม่มีอาการ และถ้าผู้สัมผัสโรคมารับการตรวจรักษาไม่ได้ แนวทางเขียนว่าอาจพิจารณาให้ยารักษาไปพร้อมกัน ใครได้ยาอะไรเป็นเรื่องที่แพทย์ตัดสินเป็นรายคน
อยากรู้ว่าใครติดก่อน สิ่งที่ทำได้จริงคืออะไร
แหล่งที่เปิดอ่านไม่ได้ให้วิธีหาว่าใครติดก่อน ข้อเสนอข้างล่างเป็นของผู้เขียน อิงขั้นที่แนวทางไทยเขียนให้หน่วยบริการทำ
- เล่าประวัติตามที่เจ้าหน้าที่ถาม รวมถึงช่องทางที่ใช้ และกรณีที่ถุงยางอนามัยแตก รั่ว หรือหลุด
- ชวนคู่ที่ยังติดต่อได้มาตรวจ แม้ฝ่ายนั้นไม่มีอาการ ถ้าไม่พร้อมบอกเอง ถามเจ้าหน้าที่ว่าหน่วยบริการช่วยได้อย่างไร
- ไปตามนัดฟังผลและนัดตรวจเลือดครั้งต่อไป
ถ้าอยากอ่านเรื่องการตรวจเอชไอวีด้วย มูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation) มีหน้า ตรวจ HIV เมื่อไหร่ดี และควรเลือกการตรวจแบบไหน? และถ้าพร้อมนัดวันแล้ว จองคิวตรวจกับ Love2Test ได้
ส่วนวิธีเปิดเรื่องกับคู่ อ่านต่อได้ที่ บอกคู่ว่าตรวจเจอ STI อย่างไร ให้คู่ไปตรวจและรักษาทัน ถ้ากลัวว่าการคุยเรื่องนี้จะทำให้ถูกทำร้าย ให้บอกเจ้าหน้าที่ก่อนชวนคู่ และถ้าถูกทำร้ายหรือกลัวว่ากำลังจะถูกทำร้าย ผู้เขียนแนะนำให้ไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที
คำถามที่พบบ่อย
ผลตรวจใช้เป็นหลักฐานว่าใครติดก่อนได้ไหม
เท่าที่ผู้เขียนเปิดอ่าน ไม่มีแหล่งใดเขียนว่าใช้ได้ NHS สหราชอาณาจักรเขียนว่าการตรวจเริมที่อวัยวะเพศบอกไม่ได้ว่าติดมาจากใคร ถ้าต้องใช้ในทางกฎหมาย ให้ปรึกษานักกฎหมาย
ตรวจเจอโรคเดียวกันทั้งคู่ แปลว่าติดจากกันแน่นอนไหม
แหล่งที่เปิดอ่านไม่ได้ตอบข้อนี้ตรงตัว NHS สหราชอาณาจักรเขียนว่าอาการของเริมที่อวัยวะเพศอาจไม่ปรากฏเป็นสัปดาห์หรือแม้แต่เป็นปีหลังติดเชื้อ ผู้เขียนจึงเห็นว่าผลที่ตรงกันอย่างเดียวยังบอกไม่ได้ว่าติดจากกันหรือไม่ และใครส่งต่อให้ใคร
ตรวจซ้ำอีกครั้งจะช่วยบอกเวลาที่ติดเชื้อได้ไหม
แนวทางไทย พ.ศ. 2567 เขียนว่าควรนัดตรวจเลือดครั้งต่อไป เนื่องจากอาจอยู่ในระยะที่ยังตรวจไม่พบการติดเชื้อ ผู้เขียนไม่พบว่าแนวทางเขียนให้ใช้การตรวจซ้ำย้อนหาวันที่ติดเชื้อ
รักษาซิฟิลิสแล้ว ผลเลือดยังเป็นบวกได้ไหม
ได้ สำหรับการตรวจแบบ Treponemal test แนวทางไทย พ.ศ. 2567 เขียนว่าส่วนใหญ่มักมีผลเป็นบวกไปตลอดชีวิตแม้ได้รับการรักษาแล้ว ผู้เขียนจึงแนะนำให้บอกแพทย์ว่าเคยรักษาซิฟิลิสมาก่อน
ไม่มีอาการเลย แปลว่าเพิ่งติดใช่ไหม
แหล่งที่เปิดอ่านไม่ได้เขียนอย่างนั้น องค์การอนามัยโลกเขียนว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มักไม่มีอาการ และแนวทางไทยมีประเภทซิฟิลิสระยะแฝง ซึ่งไม่ปรากฏอาการ แบบที่ไม่ทราบระยะเวลาที่เป็น
สรุป
- เท่าที่ผู้เขียนเปิดอ่าน ไม่มีแหล่งใดเขียนว่าผลตรวจ STI ชี้วันที่ติดเชื้อหรือชี้ตัวคนที่ส่งต่อมาได้ และ NHS สหราชอาณาจักรเขียนว่าการตรวจเริมที่อวัยวะเพศบอกสองเรื่องนี้ไม่ได้
- แนวทางไทย พ.ศ. 2567 เขียนถึงซิฟิลิสว่า ผลเลือดแบบ Treponemal test ที่เป็นบวกอาจเป็นการเคยติดเชื้อมาก่อน ซึ่งต้องอาศัยประวัติร่วมด้วย
- แนวทางไทยเขียนว่าควรนัดตรวจเลือดครั้งต่อไป และให้นัดคู่ที่ติดตามได้มาตรวจแม้ไม่มีอาการ ผู้เขียนเห็นว่าผลของคู่ที่ไม่ตรงกันอย่างเดียวยังสรุปไม่ได้ว่าใครติดก่อน
สิ่งที่ทำได้เลยคือเล่าประวัติให้แพทย์หรือเจ้าหน้าที่ฟัง ชวนคู่มาตรวจ และไปตามนัด ส่วนผลของเราบอกได้แค่ไหน ให้ถามแพทย์ที่ดูแล
ถ้าถูกทำร้ายหรือกลัวว่ากำลังจะถูกทำร้าย ผู้เขียนแนะนำให้ไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที
หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ

