
ตรวจ STI ช่วงมีประจำเดือนได้ไหม คำตอบขึ้นกับว่าตรวจอะไร คู่มือการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STI) ทางห้องปฏิบัติการขององค์การอนามัยโลกปี 2566 เขียนว่าประจำเดือนไม่ได้ทำให้ตัวอย่างจากช่องคลอดที่ใช้ตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อหนองในและคลามัยเดีย (เชื้อที่เป็นสาเหตุหนึ่งของหนองในเทียม) คุณภาพแย่ลง แต่อาจเลือกเก็บปัสสาวะแทน ซึ่งในผู้ที่เพศกำเนิดเป็นหญิงไวน้อยกว่าตัวอย่างจากช่องคลอด ผู้เขียนจึงแนะนำให้บอกเจ้าหน้าที่ว่ามีประจำเดือนอยู่ แล้วถามว่าที่นั่นจะเก็บตัวอย่างแบบไหน

ตรวจ STI ช่วงมีประจำเดือน แหล่งเขียนไว้อย่างไร
คู่มือขององค์การอนามัยโลกเขียนเรื่องประจำเดือนกับคุณภาพของตัวอย่างไว้ในบทโรคหนองในและบทการติดเชื้อคลามัยเดีย ทั้งสองบทพูดถึงการตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อ ซึ่งคู่มือเรียกว่า NAATs ใจความตรงกันว่าการมีประจำเดือนไม่ได้ทำให้ตัวอย่างจากช่องคลอดคุณภาพแย่ แต่ในกรณีนี้อาจเลือกเก็บปัสสาวะ
ส่วนบทโรคแบคทีเรียลวาจิโนซิส (ภาวะที่แบคทีเรียในช่องคลอดเสียสมดุล) คู่มือเล่มเดียวกันเขียนว่าเลือดประจำเดือนที่ปนในน้ำในช่องคลอดทำให้ค่าความเป็นกรดด่างที่วัดได้สูงขึ้น ผู้เขียนไม่พบข้อที่เขียนถึงประจำเดือนโดยตรงในแนวทางการดูแลรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของไทย พ.ศ. 2567 แต่ในหัวข้อโรคนี้ แนวทางมีหมายเหตุถึงการวินิจฉัยเมื่อระดูขาวมีเลือดปน
ผู้เขียนไม่พบว่าคู่มือเขียนให้เลื่อนนัดเพราะมีประจำเดือน จึงอ่านว่าไปตรวจตามนัดได้ แต่ควรบอกเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ต้น ถ้าตั้งใจตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในวันเดียวกันด้วย ผู้เขียนแนะนำให้ถามหน่วยบริการก่อนว่าควรนัดช่วงไหน
ตัวอย่างจากช่องคลอดกับปัสสาวะ ต่างกันอย่างไร
คู่มือขององค์การอนามัยโลกเขียนว่าไม้ป้ายจากช่องคลอดเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดสำหรับการตรวจหาสารพันธุกรรมของคลามัยเดีย ผู้รับบริการเก็บเองหรือให้เจ้าหน้าที่เก็บก็ใช้ได้ดีเท่ากัน ส่วนปัสสาวะของผู้ที่เพศกำเนิดเป็นหญิงไวน้อยกว่าอย่างชัดเจน พลาดการติดเชื้อราวร้อยละ 10–20 เมื่อเทียบกับไม้ป้ายจากช่องคลอดหรือปากมดลูก เพราะการติดเชื้อส่วนน้อยอยู่ในท่อปัสสาวะ ปัสสาวะจึงเก็บได้แค่สิ่งที่หยดลงมาจากปากมดลูก
แนวทางของไทยปี 2567 เขียนการตรวจผู้มารับบริการหญิงไว้ เช่น ตรวจภายใน เก็บตัวอย่างจากช่องคลอดไปดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ เก็บจากปากมดลูกไปตรวจหาสารพันธุกรรมของหนองในและคลามัยเดีย และเก็บปัสสาวะช่วงต้นของการถ่ายไปตรวจแทนเมื่อเก็บจากปากมดลูกไม่ได้ ผู้เขียนไม่พบว่าแหล่งที่เปิดอ่านเขียนถึงการเก็บตัวอย่างจากปากมดลูกช่วงมีประจำเดือน
ผู้เขียนแนะนำว่า ถ้าตรวจจากปัสสาวะแล้วผลไม่พบเชื้อ แต่ยังมีอาการ ให้กลับไปพบแพทย์และบอกว่าครั้งก่อนตรวจจากตัวอย่างแบบไหน เรื่องเก็บไม้ป้ายเอง อ่านต่อได้ที่ เก็บตัวอย่างตรวจ STI ด้วยตัวเอง ผลเชื่อได้แค่ไหน
งดอะไรก่อนเก็บตัวอย่าง
ในบทคลามัยเดีย คู่มือขององค์การอนามัยโลกให้ถามผู้รับบริการว่าเพิ่งใช้สารหล่อลื่น สารที่ทำให้แห้ง หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในช่องคลอดหรือไม่ เพราะอาจรบกวนการตรวจหาสารพันธุกรรม และเขียนว่าทางที่ดีที่สุดคือไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ใน 24 ชั่วโมงก่อนหน้า ถ้าใช้ไปแล้ว ผู้เขียนแนะนำให้บอกเจ้าหน้าที่ตรง ๆ
เรื่องปัสสาวะ บทโรคหนองในของคู่มือเดียวกันให้ทำตามคำแนะนำของชุดตรวจเป็นหลัก ถ้าชุดตรวจไม่ได้เขียนไว้ ไม่ให้ทำความสะอาดอวัยวะเพศก่อน ให้เก็บปัสสาวะช่วงแรกของการถ่ายราว 10–20 มิลลิลิตร และเก็บหลังปัสสาวะครั้งก่อนอย่างน้อย 1 ชั่วโมง อ่านเรื่องปัสสาวะต่อได้ที่ ตรวจ STI จากปัสสาวะได้แค่ไหน และ U-TEST ศึกษาอะไร
บอกเจ้าหน้าที่เรื่องอะไรบ้าง
แนวทางของไทยปี 2567 เขียนหัวข้อการซักประวัติของผู้มารับบริการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไว้หลายเรื่อง เช่น
- อาการที่มี เช่น ระดูขาวผิดปกติ อาการทางท่อปัสสาวะ ทวารหนัก หรือช่องคอ
- ช่องทางที่ใช้มีเพศสัมพันธ์ เช่น ช่องคลอด ปาก หรือทวารหนัก และการใช้ถุงยางอนามัยหรือถุงยางแตก รั่ว หลุด
- ประวัติการใช้ยาปฏิชีวนะก่อนมาพบแพทย์
แนวทางของไทยยังเขียนการเก็บตัวอย่างจากช่องคอและทวารหนักตามช่องทางที่มีเพศสัมพันธ์ ผู้เขียนแนะนำให้บอกเพิ่มอีกสองเรื่องที่ไม่อยู่ในรายการของแนวทาง คือกำลังมีประจำเดือน และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในช่องคลอดช่วงหนึ่งวันก่อนมา ถ้ากินยาปฏิชีวนะมาก่อน อย่าหยุดหรือเริ่มยาเอง ให้บอกแพทย์

มีอาการหรือเพิ่งมีเหตุเสี่ยง ไม่ต้องรอประจำเดือนหมด
แนวทางของไทยปี 2567 เขียนอาการของอุ้งเชิงกรานอักเสบไว้ เช่น มีไข้ ปวดท้องน้อย อาจมีระดูขาวผิดปกติ หรือเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด ถ้ามีอาการแบบนี้ ผู้เขียนแนะนำให้ไปพบแพทย์โดยไม่ต้องรอให้ประจำเดือนหมด
ถ้าเพิ่งมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ให้ไปโรงพยาบาลเพื่อขอประเมินเป๊ป (ยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อเอชไอวี) โดยเร็วที่สุด อย่างช้าไม่เกิน 72 ชั่วโมง ถ้าเลยแล้วก็ยังควรไปพบแพทย์ แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีของไทยปี 2564/2565 ให้กรณีเกิน 72 ชั่วโมงปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อและพิจารณาเป็นราย ๆ ไป แพทย์เป็นผู้ประเมินว่าควรได้ยาหรือไม่ อย่าซื้อยามาใช้เอง
แนวทางโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ปี 2567 ยังให้หน่วยบริการเสนอการตรวจเลือดหาเอชไอวีแก่ผู้มารับบริการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยขึ้นกับความสมัครใจ
คำถามที่พบบ่อย
เก็บไม้ป้ายช่องคลอดเองตอนมีประจำเดือนได้ไหม
ในการตรวจหาสารพันธุกรรมของหนองในและคลามัยเดีย คู่มือขององค์การอนามัยโลกปี 2566 เขียนว่าไม้ป้ายจากช่องคลอดเก็บเองหรือให้เจ้าหน้าที่เก็บก็ได้ และการมีประจำเดือนไม่ได้ทำให้คุณภาพของตัวอย่างแย่ แต่ช่วงนี้อาจเลือกเก็บปัสสาวะแทน ชุดตรวจแต่ละแบบมีคำแนะนำของตัวเอง ให้ถามหน่วยบริการก่อนเก็บ
ตรวจจากปัสสาวะแล้วไม่พบเชื้อ แปลว่าไม่มีเชื้อใช่ไหม
ไม่ใช่เสมอไป ในบทคลามัยเดีย คู่มือขององค์การอนามัยโลกปี 2566 เขียนว่าปัสสาวะของผู้ที่เพศกำเนิดเป็นหญิงพลาดการติดเชื้อราวร้อยละ 10–20 เมื่อเทียบกับตัวอย่างจากช่องคลอดหรือปากมดลูก ผู้เขียนแนะนำว่าถ้ายังมีอาการ ให้กลับไปพบแพทย์และบอกว่าครั้งก่อนตรวจจากปัสสาวะ
ใช้สารหล่อลื่นหรือน้ำยาทำความสะอาดช่องคลอดก่อนไปได้ไหม
คู่มือขององค์การอนามัยโลกปี 2566 เขียนว่าสารหล่อลื่น สารที่ทำให้แห้ง และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในช่องคลอด อาจรบกวนการตรวจหาสารพันธุกรรม และทางที่ดีที่สุดคือไม่ได้ใช้ใน 24 ชั่วโมงก่อนเก็บตัวอย่าง ถ้าใช้ไปแล้วให้บอกเจ้าหน้าที่ ส่วนการเก็บปัสสาวะ คู่มือให้ไม่ทำความสะอาดอวัยวะเพศก่อน ถ้าชุดตรวจไม่ได้เขียนไว้เป็นอย่างอื่น
ผู้ชายต้องเตรียมตัวอย่างไร
ถ้าตรวจจากปัสสาวะ ให้ทำตามคำแนะนำของชุดตรวจ ถ้าไม่มี คู่มือขององค์การอนามัยโลกปี 2566 ให้เก็บช่วงแรกของการถ่ายหลังปัสสาวะครั้งก่อนอย่างน้อย 1 ชั่วโมง
เพิ่งมีเพศสัมพันธ์ไม่ป้องกันตอนมีประจำเดือน ต้องรอไหม
ไม่ต้องรอ ให้ไปขอประเมินเป๊ปโดยเร็วที่สุด ไม่เกิน 72 ชั่วโมง ตามแนวทางเอชไอวีของไทยปี 2564/2565 ถ้าเลยแล้วก็ยังควรไปพบแพทย์ ส่วนการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ควรตรวจเมื่อไร ให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้นัด
สรุป
- ในการตรวจหาสารพันธุกรรมของหนองในและคลามัยเดีย คู่มือขององค์การอนามัยโลกปี 2566 เขียนว่าประจำเดือนไม่ได้ทำให้คุณภาพตัวอย่างจากช่องคลอดแย่ แต่ช่วงนี้อาจเลือกเก็บปัสสาวะ
- คู่มือเดียวกันเขียนว่าปัสสาวะของผู้ที่เพศกำเนิดเป็นหญิงไวน้อยกว่าไม้ป้ายจากช่องคลอด ผู้เขียนแนะนำว่าถ้าผลไม่พบเชื้อแต่ยังมีอาการ ให้กลับไปพบแพทย์
- ผู้เขียนค้นแนวทางของไทยปี 2567 แล้วไม่พบข้อที่เขียนถึงประจำเดือนโดยตรง ให้บอกเจ้าหน้าที่และถามว่าจะเก็บตัวอย่างแบบไหน
- คู่มือขององค์การอนามัยโลกเขียนว่าสารหล่อลื่นหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในช่องคลอดอาจรบกวนการตรวจหาสารพันธุกรรม ทางที่ดีที่สุดคือไม่ได้ใช้ใน 24 ชั่วโมงก่อนหน้า
- ผู้เขียนแนะนำว่าถ้ามีอาการอย่างมีไข้ ปวดท้องน้อย ให้ไปพบแพทย์โดยไม่ต้องรอประจำเดือนหมด ถ้าเพิ่งมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ให้ขอประเมินเป๊ปโดยเร็วที่สุด ไม่เกิน 72 ชั่วโมง ถ้าเลยแล้วก็ยังควรไปพบแพทย์
ดูหน้า STI: รู้ทัน ตรวจเป็น และรักษาได้ ของมูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation)
หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ
แหล่งอ้างอิง
- Laboratory and point-of-care diagnostic testing for sexually transmitted infections, including HIV องค์การอนามัยโลก ปี 2023 (เปิดอ่าน 30 ตุลาคม 2569)
- แนวทางการดูแลรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พ.ศ. 2567 กรมควบคุมโรค (เปิดอ่าน 30 ตุลาคม 2569)
- แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2564/2565 กรมควบคุมโรค (เปิดอ่าน 30 ตุลาคม 2569)
