ชุดตรวจ HIV และซิฟิลิสในแผ่นเดียว (HIV/syphilis dual test) เป็นชุดตรวจแบบรู้ผลเร็วที่หาแอนติบอดีต่อเชื้อเอชไอวีและเชื้อซิฟิลิสพร้อมกัน แนวทางการตรวจวินิจฉัยเอชไอวี ซิฟิลิส และไวรัสตับอักเสบ บี ซี ปี 2568 ของกรมควบคุมโรค (ต่อไปเรียกว่าแนวทางการตรวจ 2568) ให้หน่วยบริการใช้เป็นชุดตรวจกรองชุดแรกของเอชไอวีได้ แต่ผลที่มีปฏิกิริยาจากแผ่นนี้ยังไม่ใช่คำวินิจฉัยของทั้งสองโรค

ฝั่งเอชไอวีต้องตรวจต่อจนครบสามวิธีก่อนรายงานว่าผลบวก ส่วนฝั่งซิฟิลิส ถ้ามีปฏิกิริยาต้องตรวจต่อตามลำดับของซิฟิลิส และให้แพทย์อ่านผลร่วมกับประวัติ ถ้าผลไม่มีปฏิกิริยาแต่เพิ่งมีเหตุเสี่ยง อาจเป็นช่วงที่แอนติบอดียังตรวจไม่พบ

ชุดตรวจ HIV และซิฟิลิสในแผ่นเดียว อยู่ตรงไหนในลำดับการตรวจ

แนวทางการตรวจ 2568 เขียนว่าชุดตรวจคู่ใช้คัดกรองทั้งสองโรคได้ในห้องปฏิบัติการที่ไม่มีเครื่องตรวจอัตโนมัติ และควรใช้ชุดตรวจตามที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ

การตรวจวินิจฉัยเอชไอวีของไทยในผู้ใหญ่และเด็กอายุ 24 เดือนขึ้นไปมีลำดับขั้นสองแบบ แบบแรกใช้ชุดตรวจรุ่นที่ 4 ซึ่งหาทั้งแอนติเจนและแอนติบอดีเป็นชุดแรก แนวทางแนะนำแบบนี้สำหรับโรงพยาบาลระดับ M2 ขึ้นไป หรือหน่วยงานที่ตรวจมากพอและพบการติดเชื้อใหม่ เช่น หน่วยงานที่มีบริการเพร็พ (PrEP ยาป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อเอชไอวี) แบบที่สองใช้ชุดตรวจแอนติบอดีรุ่นที่ 3 เป็นชุดแรก ซึ่งสถานพยาบาลที่ตรวจไม่มากหรือการตรวจนอกสถานที่อาจเลือกใช้ ชุดตรวจคู่ใช้เป็นชุดแรกของแบบที่สองได้

องค์การอนามัยโลกเขียนในแนวทางบริการตรวจเอชไอวีปี 2567 ว่าชุดตรวจคู่ทั้งแบบรู้ผลเร็วและแบบตรวจเองใช้ได้ และเกี่ยวข้องมากที่สุดกับประชากรหลัก หญิงตั้งครรภ์ และคู่ที่เป็นชายของหญิงตั้งครรภ์

ฝั่งเอชไอวี ผลจากแผ่นเดียวบอกได้แค่ไหน

แนวทางการตรวจ 2568 ให้รายงานผลบวกเมื่อตรวจครบสามวิธีในตัวอย่างเดียวกัน ถ้าใช้ชุดตรวจคู่เป็นชุดแรก ชุดที่สองและสามต้องใช้ตัวอย่างเดิม คนที่ตรวจพบเป็นครั้งแรกควรเจาะเลือดตัวอย่างที่สองเพื่อยืนยันตัวบุคคล และถ้าผลสรุปไม่ได้ ให้ตรวจซ้ำที่ 2 สัปดาห์ องค์การอนามัยโลกเขียนว่าผลเชื่อถือได้เมื่อการวินิจฉัยใช้ลำดับขั้นการตรวจของประเทศครบ

ฝั่งเอชไอวีของชุดตรวจคู่เป็นการตรวจแอนติบอดี แนวทางเขียนว่าการตรวจแอนติบอดีพบได้เร็วสุด 3–5 สัปดาห์ ขึ้นกับรุ่นของชุดตรวจ ถ้าเพิ่งมีเหตุเสี่ยง ให้บอกเจ้าหน้าที่ก่อนตรวจ และไปขอประเมินเป๊ป (PEP ยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อเอชไอวี) โดยเร็วที่สุด ไม่เกิน 72 ชั่วโมง แนวทางเอชไอวีของไทยปี 2564/2565 ให้กินยาจนครบ 4 สัปดาห์ โดยแพทย์เป็นผู้เลือกยา อย่าซื้อยากินเอง ถ้าเลย 72 ชั่วโมงแล้วก็ยังควรไปพบแพทย์ เพราะแนวทางให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาเป็นราย ๆ ไป

ฝั่งซิฟิลิส ลำดับการตรวจหลังชุดตรวจคู่

ฝั่งซิฟิลิสของชุดตรวจคู่เป็นการตรวจแอนติบอดีที่จำเพาะต่อเชื้อซิฟิลิส (treponemal test) แนวทางการตรวจ 2568 เขียนว่าประเทศไทยกำหนดให้ห้องปฏิบัติการใช้ลำดับขั้นที่เริ่มจากการตรวจชนิดนี้เพียงแบบเดียว ถ้ามีปฏิกิริยา ให้ตรวจสนับสนุนด้วย RPR ซึ่งเป็นการตรวจแอนติบอดีที่ไม่จำเพาะต่อเชื้อ และถ้า RPR ไม่มีปฏิกิริยา ให้ตรวจยืนยันด้วยการตรวจแบบจำเพาะอีกวิธี

แนวทางให้ห้องปฏิบัติการรายงานผลของแต่ละวิธีโดยไม่สรุป เพราะการวินิจฉัยซิฟิลิสต้องอาศัยประวัติและอาการร่วมด้วยเสมอ และให้แพทย์เป็นผู้แปลผล แนวทางยังเขียนว่าห้องปฏิบัติการหรือจุดบริการควรตรวจได้ครบทั้งวิธีแรกและการตรวจแบบไม่จำเพาะต่อเชื้อ เพื่อให้แพทย์ได้ผลที่จำเป็นครบภายในวันเดียว

ถ้าจุดบริการตรวจได้แค่วิธีแรก เมื่อมีปฏิกิริยา แนวทางให้รายงานผลเบื้องต้นแก่แพทย์ทันที และจัดระบบส่งตรวจต่อไปยังห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน บางกรณีแนวทางให้แพทย์เริ่มรักษาได้เลย เช่น หญิงตั้งครรภ์ที่คัดกรองด้วยชุดตรวจเร็ว หรือคนที่อาจไม่กลับมาฟังผล

องค์การอนามัยโลกเขียนว่าคนที่ได้ผลซิฟิลิสมีปฏิกิริยาจากชุดตรวจคู่ ต้องได้รับการส่งต่อไปตรวจเพิ่มหรือรักษาโดยเร็วตามแนวทางของประเทศ เรื่องลำดับการตรวจซิฟิลิสที่แต่ละแห่งใช้ อ่านต่อที่ วิธีตรวจ STI ของแต่ละที่ ทำไมไม่เหมือนกัน

Quicky

ภาพผู้เคยเป็นซิฟิลิสควรแจ้งประวัติและนำผลตรวจเดิมไปด้วย ส่วนผู้ใช้ PrEP ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนตรวจ HIV เพื่อเลือกวิธีตรวจและแปลผลได้อย่างเหมาะสม

เคยเป็นซิฟิลิสหรือใช้เพร็พอยู่ ควรบอกอะไรก่อนตรวจ

แนวทางการตรวจ 2568 เขียนว่าการตรวจแบบจำเพาะต่อเชื้อซิฟิลิส หลังติดเชื้อแล้วจะให้ผลบวกตลอดชีวิตไม่ว่าจะรักษาหรือไม่ จึงใช้ติดตามการรักษาไม่ได้ ถ้าเคยเป็นหรือเคยรักษาซิฟิลิส ผู้เขียนแนะนำให้บอกเจ้าหน้าที่ก่อนตรวจ และนำผลเดิมไปด้วยถ้ามี

สำหรับผู้ใช้เพร็พ แนวทางการจัดบริการเพร็พ ปี 2568 เขียนว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไม่ใช่ข้อห้ามของการรับเพร็พ แต่แนะนำให้ตรวจคัดกรองทุกรายแม้ไม่มีอาการ โดยคัดกรองซิฟิลิสจากเลือดด้วยการตรวจแบบจำเพาะต่อเชื้อ จะเป็นชุดตรวจเร็วหรือเครื่องอัตโนมัติก็ได้ ส่วนคนที่เคยติดเชื้อมาแล้วให้ใช้ RPR คัดกรอง

ด้านแนวทางการตรวจ 2568 เขียนว่าการได้รับเพร็พหรือเป๊ปอาจทำให้ตรวจพบแอนติบอดีต่อเอชไอวีได้ช้ากว่าคนที่ไม่ได้รับยา และแนะนำให้หน่วยงานที่มีบริการเพร็พใช้ชุดตรวจรุ่นที่ 4 เป็นชุดแรกของการตรวจเอชไอวี ผู้เขียนแนะนำให้บอกเจ้าหน้าที่ว่าใช้เพร็พอยู่ และถามว่าตรวจด้วยชุดแบบไหน เรื่องผลเลือดซิฟิลิสที่อาจมาจากการติดเชื้อเก่า อ่านต่อที่ ผลตรวจ STI บอกได้ไหมว่าติดมาตอนไหน และติดจากใคร

คำถามที่พบบ่อย

ผลไม่มีปฏิกิริยาทั้งสองเส้น ยังต้องตรวจซ้ำไหม

แนวทางการตรวจ 2568 เขียนว่าบางคนต้องตรวจเอชไอวีซ้ำแม้ผลครั้งแรกเป็นลบ เช่น คนที่อาจอยู่ในช่วงที่ยังตรวจไม่พบ คนที่มีคู่ซึ่งผลเลือดต่างกัน และคนที่รับเพร็พหรือเป๊ป ส่วนซิฟิลิส ถ้าเพิ่งสัมผัสโรคมาไม่นาน แนวทางให้เจาะเลือดตรวจซ้ำหลังครั้งแรก 2 สัปดาห์ อย่านับวันแล้วสรุปเอง ให้บอกเจ้าหน้าที่ว่าเหตุเกิดเมื่อไร ถ้าเหตุเสี่ยงเพิ่งเกิด ให้ขอประเมินเป๊ปโดยเร็วที่สุด ไม่เกิน 72 ชั่วโมง เลยแล้วก็ยังควรไปพบแพทย์

ใช้ชุดตรวจคู่ดูว่ารักษาซิฟิลิสหายแล้วได้ไหม

ไม่ได้ แนวทางการตรวจ 2568 เขียนว่าการตรวจแบบจำเพาะต่อเชื้อจะบวกตลอดชีวิตหลังติดเชื้อ จึงใช้ติดตามการรักษาไม่ได้ การติดตามการรักษาใช้การตรวจแบบไม่จำเพาะต่อเชื้อ เช่น RPR โดยดูระดับไตเตอร์ จะตรวจเมื่อไรให้แพทย์ที่รักษาเป็นผู้นัด

ตั้งครรภ์อยู่ แพทย์เริ่มรักษาซิฟิลิสก่อนผลตรวจขั้นต่อไปได้ไหม

แนวทางการตรวจ 2568 เขียนว่าการคัดกรองหญิงตั้งครรภ์ด้วยชุดตรวจเร็ว ถ้ามีปฏิกิริยา ให้แพทย์เริ่มการรักษาได้เลย และให้ตรวจแอนติบอดีต่อซิฟิลิสในหญิงตั้งครรภ์และคู่ทุกราย องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ใช้ชุดตรวจคู่เป็นการตรวจแรกของหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ ยาและขนาดยาเป็นเรื่องที่แพทย์เลือก อย่าซื้อยากินเอง

ซื้อชุดตรวจคู่มาตรวจเองที่บ้านได้ไหม

ในรายชื่อชุดตรวจท้ายแนวทางการตรวจ 2568 ซึ่งเป็นข้อมูลของปี 2568 ชุดตรวจคู่ที่ลงไว้อยู่ในหมวดชุดตรวจสำหรับใช้งานโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ส่วนหมวดชุดตรวจคัดกรองด้วยตนเองมีแต่ชุดตรวจเอชไอวี องค์การอนามัยโลกเขียนว่าชุดตรวจคู่แบบตรวจเองใช้ได้ ก่อนซื้อให้ถามเภสัชกรหรือหน่วยบริการว่าชุดที่ขายเป็นแบบใด

เส้นเอชไอวีขึ้น แปลว่าติดเชื้อแล้วหรือยัง

ผลนี้ยังไม่ใช่คำวินิจฉัย แนวทางการตรวจ 2568 ให้ตรวจต่อด้วยชุดที่สองและสามจากตัวอย่างเดิม และรายงานผลบวกเมื่อครบสามวิธี การตรวจเอชไอวีต้องมีการปรึกษาก่อนและหลังตรวจ ผู้เขียนแนะนำให้ถามเจ้าหน้าที่ว่าขั้นต่อไปตรวจที่ไหน

สรุป

  • แนวทางการตรวจ 2568 ของกรมควบคุมโรคให้ใช้ชุดตรวจ HIV และซิฟิลิสในแผ่นเดียวเป็นชุดตรวจกรองชุดแรกได้ แต่ฝั่งเอชไอวีต้องตรวจครบสามวิธีในตัวอย่างเดียวกันก่อนรายงานผลบวก
  • ฝั่งซิฟิลิสที่มีปฏิกิริยาต้องตรวจต่อด้วย RPR และแพทย์อ่านผลร่วมกับประวัติ แนวทางเดียวกันเขียนว่าการตรวจแบบจำเพาะต่อเชื้อบวกตลอดชีวิตหลังเคยติดเชื้อ ผู้เขียนจึงแนะนำให้บอกเจ้าหน้าที่ถ้าเคยเป็นซิฟิลิส
  • ฝั่งเอชไอวีของชุดตรวจคู่เป็นการตรวจแอนติบอดี ถ้าเพิ่งมีเหตุเสี่ยง ให้บอกเจ้าหน้าที่ และขอประเมินเป๊ปโดยเร็วที่สุด ไม่เกิน 72 ชั่วโมง เลยแล้วก็ยังควรไปพบแพทย์

อ่านเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต่อได้ที่หน้า STI: รู้ทัน ตรวจเป็น และรักษาได้ ของมูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation)

หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ

แหล่งอ้างอิง