PEP เป็นยาป้องกันเอชไอวีหลังเหตุอาจสัมผัสเชื้อ ต้องขอประเมินโดยเร็วที่สุดและเริ่มเมื่อมีข้อบ่งชี้ภายใน 72 ชั่วโมง ไม่รอให้ครบเวลา ผู้ให้บริการเลือกยาและวางแผนติดตาม โดยทั่วไปใช้ต่อเนื่อง 28 วัน หากเกิน 72 ชั่วโมงยังควรไปประเมินและวางแผนตรวจ ไม่ซื้อหรือแบ่งยากันใช้เอง [1]

การตรวจเป็นวิธีทราบสถานะ HIV ตามชนิดและเวลาที่เหมาะสม ไม่ใช้อาการตัดสิน ไม่กำหนดว่าทุกคนต้องตรวจปีละครั้งเหมือนกัน ผู้ให้บริการช่วยวางแผนตามเหตุสัมผัส สุขภาพและการใช้ยาป้องกันได้ [2]ลิงก์ประกอบเดิม 1

ใครบ้างที่ควรตรวจ HIV ?

  • ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้สวมถุงยางอนามัย
  • ผู้ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ
  • ผู้ที่มีเหตุอาจสัมผัสขณะความทรงจำไม่ชัดหรือไม่สามารถให้ความยินยอม ควรได้รับการดูแลโดยเร็วและไม่ถูกตัดสิน [1]
  • ผู้ที่มีเหตุสัมผัสทางเพศที่อาจรับ HIV โดยประเมินกิจกรรมและวิธีป้องกัน ไม่ตัดสินจากเพศวิถีเพียงอย่างเดียว [2]
  • ผู้ที่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน
  • ผู้ป่วยวัณโรค
  • ผู้ที่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ 
  • หญิงตั้งครรภ์ที่เข้ารับการฝากครรภ์
  • คู่ที่ต้องการวางแผนดูแลร่วมกัน โดยไม่ใช้สถานะ HIV ของคู่เพียงอย่างเดียวตัดสินเหตุสัมผัส ผู้มีเชื้อเอชไอวีที่รักษาต่อเนื่องและคงระดับไวรัสตามเกณฑ์ U=U ที่ทีมดูแลยืนยัน จะไม่ถ่ายทอดเอชไอวีทางเพศสัมพันธ์ ไม่ใช่การหายขาด ไม่ใช้รับรองการให้นมหรือการใช้เข็มร่วมกัน และไม่ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น [3]
  • บุคลากรทางการแพทย์ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีจากอุบัติเหตุ
ความหมายของผลตรวจ HIV มีอะไรบ้าง

ความหมายของผลตรวจ HIV มีอะไรบ้าง?

Positive

ผลคัดกรองมีปฏิกิริยาหรือ reactive ต้องตรวจยืนยันตามขั้นตอน ไม่แปลว่าได้รับการวินิจฉัยแล้วทุกกรณี ติดต่อหน่วยบริการเพื่อวางแผนตรวจและรับผลด้วยช่องทางที่ตกลงกัน ไม่รับรองว่าทุกแห่งส่งผลถึงบ้านได้ เมื่อยืนยันว่ามี HIV ให้เชื่อมต่อการดูแลโดยเร็ว [2] [4]

Negative

ผลไม่พบปฏิกิริยาหรือ negative อาจยังไม่ตัดเหตุล่าสุดหากตรวจเร็วเกินไป ช่วงตรวจพบต่างตามชนิด และ PrEP หรือ PEP อาจมีผลต่อแผนติดตาม ไม่ใช้สามถึงหกเดือนเป็นตารางซ้ำเดียวทุกคน ไม่ต้องรอช่วงหน้าต่างก่อนขอรับบริการ [2]

Invalid Result 

ผลใช้ไม่ได้หรือ invalid หมายถึงยังแปลผลนั้นไม่ได้ ไม่ใช่ผลลบ ให้ทำตามคู่มือเรื่องการตรวจใหม่หรือให้หน่วยบริการช่วยประเมิน ไม่คาดเดาจากแถบที่ไม่ชัด ตรวจสอบวิธีและอุปกรณ์ร่วมกันโดยไม่กล่าวโทษผู้ตรวจ [2]

หลังทราบผลว่าติดเชื้อ HIV ควรทำอย่างไร
Quicky

หลังตรวจยืนยันว่ามี HIV ควรทำอย่างไร

การรักษาเอชไอวีช่วยกดไวรัสและลดความเจ็บป่วย แต่ไม่ได้กำจัดเชื้อให้หายขาด ควรเริ่มดูแลหลังยืนยันผลโดยไม่รอให้อาการหนักหรือ CD4 ลดลง ใช้ยาตามแผนและปรึกษาทีมดูแลก่อนเปลี่ยนยา ผลลัพธ์และการติดตามแตกต่างกันในแต่ละคน หากมีอุปสรรคเรื่องยา งาน หรือค่าเดินทางให้บอกทีมดูแลเพื่อช่วยหาทางแก้ ไม่ใช้คำว่าเข้มงวดเป็นการกล่าวโทษผู้รับบริการ [4] [5]

  • ถามข้อมูลและเลือกคนที่ไว้ใจมาช่วยรับฟังได้เมื่อคุณพร้อมและปลอดภัย ไม่จำเป็นต้องพาครอบครัวมารับผลหรือเปิดเผยสถานะกับทุกคน และไม่รับรองว่าการให้ข้อมูลจะทำให้ทุกคนเลิกตีตราทันที
  • เข้าสู่กระบวนการรักษาเอชไอวีตามคำแนะนำของแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อยับยั้งเชื้อไวรัสลุกลามไปสู่ระยะที่รุนแรงมากกว่านี้
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด พบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง ทานยาให้ครบและตรงเวลาที่กำหนด 
  • หากมีอาการผิดปกติในระหว่างการรักษา ควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อแจ้งอาการโดยเร็ว
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • ความกังวลหลังรับผลเป็นเรื่องที่ขอความช่วยเหลือได้ ไม่สั่งให้หยุดคิดมากหรือทำใจให้ได้ด้วยตัวเอง หากรบกวนชีวิตให้ทีมดูแลช่วยประเมินและเชื่อมต่อบริการที่เหมาะสม [6]
  • หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ส่งผลร้ายต่อร่างกาย เช่น ดื่มสุรา สูบบุหรี่ เสพสารเสพติดทุกชนิด การพักผ่อนไม่เพียงพอ เพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่อาจตามมาได้
  • ผู้ที่มีครอบครัว หรือ คู่รัก ควรปรึกษาแพทย์ด้านการปฏิบัติตน การดูแล ตลอดจนเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ หรือ มีบุตร โดยการรับยาต้านเชื้อไวรัสเอชไอวีอย่างต่อเนื่อง

อ่านบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

การตรวจช่วยวางแผนป้องกันหรือเชื่อมต่อการรักษาหลังยืนยันผล แต่ไม่ได้ป้องกัน HIV ด้วยตัวการตรวจเอง กรมควบคุมโรคระบุสิทธิตรวจฟรีปีละสองครั้งสำหรับคนไทยที่หน่วยบริการในระบบที่กำหนด ให้สอบถามสิทธิและขั้นตอน ไม่เพิ่มเงื่อนไขอายุสิบแปดจากข้อมูลเดิมหรือรับรองทุกคลินิก [2] [7]

หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ

อ้างอิงตามข้อความที่ตรวจทาน

  1. CDC (สหรัฐฯ): แนวทาง PEP ปี 2025
  2. CDC (สหรัฐฯ): การตรวจ HIV และช่วงหน้าต่าง
  3. NIH (สหรัฐฯ): U=U และการถ่ายทอดทางเพศสัมพันธ์
  4. WHO (องค์การอนามัยโลก): HIV และ AIDS
  5. NIH (สหรัฐฯ): การช่วยแก้อุปสรรคในการใช้ยาและเข้าถึงการดูแล
  6. NIH (สหรัฐฯ): HIV และสุขภาพจิต
  7. กรมควบคุมโรค (ไทย): สิทธิประโยชน์ด้าน HIV

ตรวจทานและปรับปรุงเนื้อหา: 24 ตุลาคม 2569